ห่างหายไปนานเกือบปีเลย รออีกยาวๆ5555555555
ขอโทดดดดดด
My tale " Finale Sweety "
นิยายแห่งโลกโรแมนติก ♥
วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
บทที่ 4
Thank
you for making me know
(บันทึกพิเศษ:พีค)
ทันทีที่ผมลุกจากเตียงนอนได้
อยู่ดีๆหัวสมองก็คิดเรื่องๆหนึ่งมาได้
ผมรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ประตูห้องแล้วค่อยๆ เปิดประตู
มันเป็นเรื่องจริงอย่างที่ผมคิด ครั้งแรกในชีวิตที่เห็นผู้หญิงมานอนหนาวสั่นหน้าห้องผม
ปากเล็กๆ ผสมกับสีปากที่ซีดจนเห็นเลือดฝาดของเธอ ครางอย่างสั่นๆๆ “หนาวๆๆๆ”
ผมจึงช้อนเธออุ้มอย่างทะนุถนอมเหมือนเด็กน้อยๆที่ต้องการความอบอุ่น
ครั้งแรกที่ผมสัมผัสกับใบหน้าที่นุ่มเหมือนทารกแรกเกิดหลังจากที่ผมวางเธอลงบนเตียงที่ดีไซน์มาจากต่างประเทศที่ราคานับหลายแสน
เพียงแค่ปลายสัมผัสเพียงวินาทีเดียวผมก็รับรู้ได้เลยว่า ร่างกายเธอร้อนผ่าวมาก
จริงๆแล้วผมก็แอบปิ๊งเธออยู่บ้างแหล่ะ
แต่ไม่คิดว่าเราจะมาเจอกันบ่อยขนาดนี้ คิดๆแล้ว ผมเองแหล่ะที่ผิด
ถ้าผมไม่คิดที่จะอยากเลว เธอก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก
“แค่ก แค่ก” เสียงไอบางๆ
จากคนที่ทำให้ผมต้องเหม่อลอยมานานเท่าไรไม่รู้ สะดุ้งอย่างไม่ทันตั้งตัว
สักพักนึงดวงตาก็เริ่มเปิดขึ้น
“นะ
นาย”ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผมเลวอะไรนักหนา อยู่ดีๆ เธอก็ลุกขึ้นมา
เหมือนหายจากไข้แล้วยังไงยังงั้น ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมเป็นอะไร
หัวใจผมสั่นทุกครั้งที่เห็นหน้าเธอ โดยเฉพาะเวลาที่เธอเจ็บและหวาดกลัว
ผมจะรู้สึกเจ็บแปรบที่หัวใจอย่างรุนแรง เหมือนมีฟ้าผ่ามาตรงที่หัวใจ
ผมสะดุ้งจากภวังค์อีกครั้ง
เมื่อเธอผลักผมกลิ้งลงจากเตียง หลังจากที่คอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด “นายจะทำอะไรฉัน
ห่ะ ฉันไม่กลัวหรอก ฉัน ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาจับนาย ไอ้บ้า โรคจิต” เธอยังคงปากดี
และอวดเก่งอยู่
“นี่ เธอแน่ใจเหรอ
ว่าฉันจะปล่อยเธอออกไปแจ้งตำรวจ ให้ตัวเองโดนจับเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ” เธอแรงมาเอง
ผมก็เลยจำเป็นต้องแรงกับเธอบ้าง
(จบบันทึกพิเศษ:พีค)
มึนนนน นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย
ชั้ลมาอยู่ที่นี่ได้ไง โอ๊ะ !! จริงด้วย
ฉันถูกตานี่จับตัวมา หนีๆๆ สิหนี แต่เอ๊ะเดี๋ยวนะ เมื่อคืน ?
“นี่เธอ เป็นอะไรมั้ย หน้าซีดเชียว” ที่หน้าซีดนี่
ฉันไม่ได้กลัวนายหรอกนะ ฉันกลัวกลับบ้านไม่ได้มากกว่าย่ะ คนอาร้าย ทั้งหื่น
ทั้งนิสัยแย่ หน้าตาก็ ก็ ไม่หล่อเท่าไรเลย สู้นายเบสกี้ (ฉายาใหม่ที่ฉันตั้งเอง
เมื่อกี้) ของฉันไม่ได้หรอก เชอะ
“นี่ๆ เหม่อคิดถึงใครเหรอ
หน้าแดงเป็นสตอร์เบอรี่เลย กินได้ม่ะ” ใครน่ะเหรอ ก็....
“จะบ้าเรอะ ถึงหน้าชั้ลจะเหมือนอะไรก็ช่าง
ก็กินไม่ได้ทั้งนั้นแหล่ะ ว่าแต่ พาฉันกลับบ้านหน่อยสิ” ถึงจะพูดไม่ดีไปก็เหอะ
แต่ก้อยากกลับบ้านจริงๆนะ ‘จะให้ทำอะไรก็ได้น้า’ พูดดีไม่พูดดีหว่า
“เคๆ ฉันจะพาเจอกลับบ้าน
แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่ง” ของฟรีไม่มีในโลก เชื่อแล้ว
“ว่ามา” มั่นใจเนอะว่าตัวเองทำได้ “เธอต้องทำให้ไอ้เบสรักเธอให้ได้
แล้วเธอต้องหักอกมัน โดยที่เธอห้ามรักมันเด็ดขาด” แล้วถ้าหนูรักไปแล้วจะทำไงอ่ะ
-////-
“นายต้องการอะไรกันแน่ คุณเบสเค้าออกจะหล่อ
แสนดี เพอร์เฟ็กต์ เค้าไปทำอะไรให้นาย นายถึงกับคิดร้ายให้เค้าต้องเสียใจด้วย”
นอกจากนิสัยไม่ดี หื่น และก็หน้าตาทุเรศ นายยังใจดำอำมหิต ผิดเพื่อนมนุษย์อีก
ถามจริง นายมีข้อดีมั่งมั้ยเนี่ย
“ก็เพราะมันเพอร์เฟ็กต์ไง
ฉันเลยให้เธอแก้แค้นมันให้”
“แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยเล่า
ผู้หญิงอื่นก็มีตั้งเยอะ”
“เพราะฉันรู้ไง
ว่านายเบสมันชอบเธอตั้งแต่มันเจอเธอครั้งแรกแล้ว” อุ๊ย ตายๆ นี่ฉันฝันไปใช่มั้ย
เขินนะเธอ
“แล้วนายไม่คิดบ้างหรือไง
ว่าฉันจะไม่ชอบนายนั่นน่ะ” แรกๆก็เรียกเค้าไพเราะดีหรอกนะ พอรู้ว่าเค้าชอบเราเท่านั้นล่ะ
เหมือนเรารู้จักกันมาก่อนนานแสนนาน จนจำไม่ได้
“เธอ....ชอบมันเหรอ” ช่าย น่ะสิ
ถามแปล๊กแปลก
“งั้นไม่เป็นไร
ไปเถอะเดี๋ยวฉันให้คนอื่นไปส่งละกัน พอดีมีธุระด่วน” ทำไมเป็นงั้นอ่ะ เสียงที่ฉันได้ยินเหมือนประชดกึ่งๆน้อยใจ
แต่ฉันคงคิดไปเองอีกนั่นแหล่ะ ช่างเถอะ กลับบ้านเราดีกว่าเนอะ ^^
วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556
บทที่ 3
...!!!
นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมฉันต้องมาทำอะไรยังงี้ด้วย แค่ใส่รองเท้าเสาเข็มเท่าตึกสิบชั้นก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว นี่ต้องมาใส่ชุดบ้าบอยังกับไปแสดงหนังยี่สิบแปดล้านงั้นแหล่ะ แถมเอาเศษเหล็กข้างถนนมาเสียบบนผมฉันอีกต่างหาก นี่ถ้าฉันปวดฉี่ก็คงจะไม่มีใครรู้สินะ กระโปรงหนาห้าสิบเก้า ชั้นจะพอรึป่าวนะ
พรึ่บ โอ๊ย ชุดนี่ก็ยาวเกินไปนะ
“ว้ายตาย เธอนี่ไม่ระวังเลย” ใบหน้าเรียวสวย ขาวน่ามองแต่เสียดายที่แต่งหน้าเข้มไปหน่อย ไม่หน่อยแล้วมั้ง ขนตายาวเกือบจะครึ่งเมตรแล้ว ปากนี่ก็จะทาให้เรืองแสงได้เลยรึไงส่วน แก้มจากสีชมพูก็จะกลายเป็นสีแดงอยู่แล้ว แล้วแป้งรองพื้นนี่หมดตลับรึยังยะ หน้าตาดีแต่นิสัยเสียจริง ผิดที่ใครล่ะ ก็เพราะเธอไม่ใช่หรือไงที่เอาชุดบ้าๆมาให้ฉันใส่เนี่ย
“ดูสิ กระโปรงเปื้อนหมดแล้ว เธอรู้มั้ยกว่าจะเย็บเสร็จมันนานแค่ไหน แล้วผ้าที่เย็บมันแพงแค่ไหน แล้วการแสดงกำลังจะเริ่มอยู่แล้ว”อ้าว ผ้านี่ซื้อมาหรอกเหรอ ฉันก็คิดว่าเอาเศษผ้าที่ใช้แล้วมาเย็บๆๆๆ ซะอีก
“มันจะไม่เลอะมากหรอกค่ะ ถ้าคุณจะกรุณาช่วยพยุงฉันยืนน่ะ”
“ก็ได้ๆชิ”บ่นอยู่ได้ ถ้าช่วยตั้งแต่แรกก็ไม่เลอะเยอะอย่างนี้หรอก
ในที่สุดก็เสร็จสิ้นงานบ้าๆสักที นี่ถ้าฉันไม่เห็นแก่คุณป้าที่เป็นเจ้าของงานนะฉันไม่มาลงทุนมารักเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่หรอกย่ะ กลับบ้านไปต้องล้างตัวอย่างหนัก เข้าสปาซักห้าชั่วโมงต่อวันจะทันมั้ยเนี่ย ดูสิผิวฉันแดงหมดแล้ว ใช้เครื่องสำอางยี่ห้ออะไรเนี่ย เฮอะ
อุ๊บ อยู่ดีไม่ว่าดี ดันอวดดีเดินไปบ้านเพื่อนคนเดียว ก็แหมเราก็ต้องเกรงใจเพื่อนบ้างสิ ว่าแต่เราโดนผ้าขี้ริ้วบ้านไหนมาโปะหน้าล่ะเนี่ย เดี๋ยวก็แดงไปกันใหญ่
“อื้อ อ่อยอะ”เฮ๊ย ปล่อยไม่ใช่อ่อย
“อย่าดิ้น!!” เสียงอันเยือกเย็นมาจากข้างหลัง จะตะโกนก็ตะโกนไม่ได้ แถวนี้ก็ไม่มีบ้านคนซะด้วยสิ อุตส่าห์ไว้ใจเมืองไทย เดินไปหาเพื่อนคนเดียว แง้ ใครก็ได้ช่วยที
“ไป! ขึ้นรถ” โอ๊ย เบาๆหน่อยสิ แล้วจะพาฉันไปไหนเนี่ย
ฉันพยายามขัดขืนสุดชีวิต ก็รู้นะว่าไม่มีทางรอด แต่ผู้ชายมีจุดอ่อนอยู่ที่หนึ่งนี่นา
ตุ๊บ เป็นไงล่ะ ท่าไม้ตายของผู้หญิงน่ะ
“มีแรงนักนะ สาวน้อย” เฮ๊ย มาได้ไงอีกสองคนเนี่ย
“พวกแกต้องการอะไร” ใจดีสู้เสือซักหน่อย บางทีมันอาจต้องการเงินก็ได้นะ แบบร้อนเงินแล้วไม่มีที่ปล้น มาปล้นสาวน้อยตัวเล็กๆอย่างฉันไง
“งะ เงินใช่มั้ย นะนี่ เอาไปเลย ปล่อยฉันไปเถอะนะนะนะนะ”
“ฉันไม่ต้องการเงิน”เอาแล้วไง มันต้องข่มขืนฉันแน่ๆเลย ถ้ารู้ว่ามีวันนี้ ฉันไม่รักษาพรหมจารีไว้ให้พวกแกหรอก ฮือฮือ
“แล้วพวกแก....ตะ..ต้องการอะ...”
“ตัวเธอไง”ยังพูดไม่ทันจบเลย หนีดีกว่า
ตึก ตึก ตึก ขวับ ทำไมวิ่งเร็วกันจัง
“ปล่อยนะ ปล่อย ช่วยด้วย ช่วยด้วย” ฉันพยายามดิ้น และตะโกนจนเสียงแทบจะหายอยู่แล้ว
ตุ๊บ อ๊ย มันต่อยท้องน้อยฉันอ่ะ ฉี่จะราดมั้ยเนี่ย ไม่ได้ฉี่มาด้วยจะให้ฉี่ลงได้ไงอ่ะ ห้องน้ำโทรมยังกะให้หมาฉี่ TT
ฉันสลบไปนานเท่าไรไม่รู้ ทันทีที่ฉันเปิดเปลือกตาฉันออกมาชมดูโลกภายนอกที่แสนจะโหดร้าย ลุกขึ้นมาได้ก็ต้องล้มลงไปอีกครั้ง
มันมัดแขนไขว้หลังไว้ แค่นั้นยังไม่พอ ยังมัดขาฉันไว้อีก แงแง พ่อจ๋าแม่จ๋า ช่วยหนูด้วย
แอด~ สงสัยจะเป็นพวกเสี่ยแก่ๆที่โรคจิตวิปริต ชอบใช้กำลัง แล้วมันจะต้องจับฉันปล้ำแหงเลย ทำไงดีๆๆ
“หวัดดีจ้ะ สาวน้อย” เสียงนี้มัน.... ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเป็นใคร แต่เสียงที่ออกมาจากทางมุมห้องอีกฝั่งหนึ่ง บ่งบอกได้เลยว่าเค้าไม่แก่ และเสียงเด็กมาก อร๊าย ใกล้แล้วสินะ ทำไงดี TT
ตึก ตึก มะ ไม่จริงใช่มั้ย นี่มัน.....
“อ้าว เธอเองเหรอ” ไม่เองแล้วย่ะ ที่มันยิ่งกว่าโดนตาแก่ลามกสกปรก ข้างถนนจับปล้ำอีกนะนี่
“นะ นายเองเหรอ นายจับฉันมาทำไม หรือว่าโกรธฉันที่ฉันพูดไม่ดีกับนาย หรือกวนประสาทนาย ฉันขอโทษล่ะกันนะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันสัญญาว่าฉันจะพูดดีๆกับนาย แล้วก็....”
“หยุด!” อะไรอีกง่ะ ยังพูดไม่ทันจบเลย
“เอ่อ...”
“ถ้าเธออยากรอด เธอหนีไปซะ อย่าให้พวกนั้นมันจับได้ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ว่าไงนะ ผีเข้าหรือไง อยู่ๆก็มาบอกให้ดี เป็นอะไรมากมั้ยย่ะ
“ฮึ คิดว่าฉันจะเชื่อนายเหรอ นายน่ะ จะหลอกฉันให้ไปหาพวกของนาย แล้วนายก็วางยาฉัน เสร็จแล้วนายก็เนียนว่าฉันสมยอมนายงั้นสิ”
“คิดได้เนอะ” นั่นสิเนอะ คิดมาได้ไงอ่ะ
“แล้วนายจะให้ฉันหนีเพื่อ?”
“ทีแรกฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าเป็นเธอฉันเลยปล่อยให้เป็นแบบนี้”
“อ้อ เหรอ คิดว่าฉันจะเชื่อ” น่าจะจริงแฮะ ดูหน้าเค้าตอนนี้สิ หมาหงอยมากเลยอ่ะ น่าสงสารจัง
“ถ้าเธอไม่ไปภายในหนึ่งวิหลังจากนี้ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปอีกนะ” เรื่องไรง่ะ
ตึก ตึก เรื่องอะไร ฉันจะปล่อยพรหมจันทร์อันเป็นที่รักของฉันหาบยไปเพราะฉันไม่เต็มใจล่ะ
หมับ ไม่ทันอ่ะตัว มาจากไหนกันเนี่ย
ตุ้บ สุดท้ายฉันก็ต้องกลับมาที่เก่า แถมตอนนี้มีคนเฝ้าหน้าห้องอีกต่างหาก ฉันก็สงสัยนะว่าทำไมเค้าต้องทำแบบนี้ด้วย
“ฉันบอกเธอแล้ว ว่าให้รีบไป เธอก็ไม่ฟัง เป็นไงล่ะ ^^”
“ฉันว่าแล้วเชียว ว่ามันต้องเป็นแผนการของนาย”
“อะไรของเธออีกหยุดบ่นงี่เง่าได้แล้ว มาขึ้นสวรรค์กันดีกว่านะ” เฮ้ย ขึ้นสวรรค์เหรอ
“ว้ายยยย” เค้าพยายามกดฉันให้ลงไปนอนที่เตียงอย่างถนุถนอมมากอ่ะ อบอุ่นดีจัง !!!นี่มันไม่ใช่เวลานะ
“ปล่อยนะ” เค้าไม่ฟังอะไรฉันต่อไปแล้ว เค้าพยายามชุกไซร้ตามซอกคอเล็กๆของฉัน ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวราวกับไฟ แต่ทำไมฉันรู้สึกว่ามันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเลย ฉันเองก็พยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดเขาสุดแรง แต่แรงผู้หญิงตัวเล็กๆหรือจะสู้แรงผู้ชายตัวเท่ายักษ์ได้ล่ะ
“ปล่อย นะ อุ๊บ” หลังจากที่เขาซุกไซร้ตามซอกคอแล้ว เขาเลื่อนริมฝีปากอันนุ่มและอบอุ่นของเขามาเรื่อยๆ จนปะทะกับริมฝีปากของฉัน เขาลิ้มลองรสชาติของลิปสติกแท่งโปรดยี่ห้อลิปเลิฟ ที่คุณยัยพรีมอุตส่าห์ลงทุนเทกระเป๋า ซื้อมาให้จากประเทศเกาหลี อย่างนุ่มนวล ลมหายใจของเราทั้งคู่ปะทะกัน เสียงเขาครางเป็นระยะ “อืม อืม”มือนุ่มๆของเขาลูบไล้แขนฉัน ทำให้ฉันขนลุกไปทั้งตัวแล้ว
สักพักหนึ่ง เขาก็ผละจากรสจูบอันหอมหวานออก “ขอโทษนะ ฉัน....” แววตาที่เขามองหน้าฉัน อบอวลไปด้วยความเศร้า และสำนึกต่อความผิดมาก ไม่ให้อภัย ฉันคงตายแล้วไม่ได้เกิดแหงๆ อันที่จริง ตลอดเวลาที่ฉันอยู่ในอ้อมกอดเขา ฉันก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเขาเลยนี่นา เค้าไม่ผิดหรอก ฉันเองที่ผิด ที่ปล่อยตัวให้เรื่องมันมาถึงขนาดนี้ นี่ฉันเสียจูบแรกให้เค้าไปแล้วนะ
“เธอกลับไปเถอะ” จะให้ฉันกลังยังไงล่ะ เงินก็ไม่มีสักบาท โทรศัพท์ก็อยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ เรียกว่าทั้งกระเป๋าเลยก็ว่าได้ และที่น่าเป็นห่วงคือ.... ตอนนี้ฉันอยู่ที่หนาย
“ฉัน...”
“ลืมไปเลยสิ เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า เฮ้ย นี่เที่ยงคืนแล้วเหรอ” ไม่จริงใช่มั้ย แล้วฉันจะหาเหตุผลไปบรรยายให้คุณพ่อและคุณแม่ที่แสนประเสริฐของฉัน ไหนจะเรื่องกลับบ้านดึก โทรศัพท์หาย เงินไม่มี แล้วก็เรื่องนายพีคไปส่งอีกล่ะ
“หรืเธอจะนอนที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันไปส่ง” จริงด้วย ฉันไม่เคยโกหกเลยนี่นา ครั้งเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
“ยืมโทรศัพท์นายหน่อยสิ” “เอาไปทำไมเหรอ” “อยากรอดมั้ยล่ะ” “อ้ะ เอาไป”
ตื้ด ตื้ด รับสิ รับ
(ฮัลโหล)
“แม่คะ นี่เนมเองนะค่ะ”
(เนม นี่ลูกอยู่ไหน)
“เอ่อ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ พอดีว่าโทรศัพท์เนมแบตหมดน่ะค่ะ เลยติดต่อแม่ไม่ได้”
(แล้วนี่ลูกอยู่ที่ไหน)
“บ้านเพื่อนน่ะค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเนมให้เพื่อนไปส่งล่ะกันนะคะ บายค่ะ”
ฮู่ววว โล่งไปที แล้วคืนนี้ฉันจะไปนอนที่ไหนล่ะ แงแง
“นี่เธอ เสร็จธุระรึยัง” แหมะ พูดเหมือนฉันเป็นภรรยาของนายงั้นแหละ ชิ
“อ้ะ เสร็จล่ะ” ทำเป็นหวง ถ้าไม่ใช่เพราะนายโทรศัพท์ฉันก็ไม่หายหรอก หรือว่าไม่จริง
“เออนี่ ดึกแล้วรีบนอนเถอะ”
“ห้ะ ให้ฉันนอนห้องเดียวกับนายเนี่ยนะ” บางทีนี่ก็คือแผนสามก็ได้นะ “ฉันไว้ใจนาย”
“แล้วใครบอกล่ะ ว่าผมน่าไว้ใจ” อึ๋ย นั่นไงๆว่าแล้ว คืนนี้ฉันจะรอดมั้ยล่ะเนี่ย
“งั้นเดี๋ยวฉันไปนอนหน้าห้องนายดีกว่า ปลอดภัยกว่าเยอะ” นี่ฉันพูดอะไรออกไป ถ้าเขาให้ไปนอนหน้าห้องจริงๆ จะทำยังไง พูดไม่คิดเลย เปลี่ยนใจยังทันมั้ย
“แล้วใครบอกล่ะว่าจะให้เธอนอนในห้องฉันล่ะ” “แล้วจะให้ฉันไปนอนที่ไหนล่ะ” ฉันพยายามทำแววตาหวานใส่ วิงวอนขอที่นอนหน่อยนะ “ก็เธอบอกเองนี่ ว่าเธอจะไปนอนหน้าห้องฉัน”
“ถ้านายต้องการอย่างนั้น ฉันก็จะทำตามที่นายขอล่ะกัน” ทำไงได้ล่ะ อยากปากดีผิดที่ ผิดเวลาจริงๆ
แอด~ ฟุ่บ เหนื่อยจัง ฉันไม่เคยเหนื่อยอะไรยังงี้มาก่อนเลย
ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วสินะ เพิ่งสังเกตแฮะ ว่าข้างนอกฝนตกลมแรงมากตัวฉันจะปลิวอยู่แล้ว หนาวจัง
ดีนะที่โรงแรมนี้มันส่วนตัว เลยไม่มีใครเดินพลุกพล่าน จะให้เดินพลุกพล่านได้ยังไงกันล่ะ นอกจากห้องหนีไฟแล้วก็......
ไม่มีห้องอื่นแล้ว มันวีไอพีมากที่สุดเท่าที่ฉันไปมาเลยนะเนี่ย สงสัยตานี่คงรวยมากแน่ๆไม่งั้นคงไม่พักห้องหนึ่งเต็มชั้นแบบนี้หรอก
แต่ละชั้นก็ไม่ใช่ว่าแคบนะ เดินจากประตูไปถึงลิฟต์นี่ก็เหนื่อยแหล่ะ ระหว่างที่ฉันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ฉันลืมสนิทไปเลยว่า
ฉันถูกจับตัวมานี่นา แล้วตอนที่ฉันกำลังวิ่งหนีอย่างตาลีตาเหลือกไม่ได้สังเกตบริเวณด้านนอกเลย ฉันก็โดนอีพวกสกปรก มกซกจับ
มาแล้วมันก็เฝ้าอยู่หน้าประตูห้องด้วยนิ แล้วตอนนี้มันไปไหนกันหมดล่ะ นี่กี่โมงไม่สิ กี่ทุ่มแล้ว ท้องฟ้ามืดครึ้ม เสียงฝนตกกระทบ
พื้นแทบจะไม่ได้ยินเลย
ทำไมนะ ทำไม คนอย่างฉันต้องมาลำบากอะไรแบบนี้ด้วย ง่วงตาจะปิดแล้ว แต่ทำไมถึงนอนไม่หลับสักดี ก็แหงล่ะ หนาวขนาดนี้
นอนหลับก็ด้านสุดๆแล้ว โอยหนาว หนาว เนื้อตัวของฉันเริ่มสั่น ฟันเริ่มกระทบกัน โดยที่ฉันไม่ต้องออกแรงยกมันให้เมื่อย
กึด กึด หนาว หนาว หนาว ฉันพยายามทำตัวให้อุ่นที่สุด พยายามกอดตัวเองแล้วข่มตาให้หลับ หวังว่าตื่นมาแล้ว เรื่องทั้งหมดที่มัน
เกิดขึ้นวันนี้มันเป็นเพียงความฝันที่โหดร้าย ต่างจากชีวิตจริงที่แสนจะเพอร์เฟกต์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็คุณหนูเหมือน
อย่างที่ฉันเคยเป็น มีพ่อมีแม่มีพี่เลี้ยงที่คอยรับใช้และเป็นเพื่อนเล่นฉันในวัยเด็ก ตื่นมาพบกับความสวยงาม ไม่ต้องมีอุปสรรคมา
ขัดขวาง........
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



.jpg)