ฟิน ฟินาเล่
"คุณพ่อ คุณแม่คะ" ฉันตะโกนเรียก ทันทีที่ฉันก้าวลงจากบันไดเลื่อนของสนามบิน
"เนม !" เสียงที่คุ้นเคยของผู้หญิงวัยกลางคนเรียกชื่อฉันด้วยความดีใจ ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น
เธอเข้ามาสวมกอดฉันอย่างอบอุ่น พร้อมผู้ชายอีกหนึ่งคน
"เป็นอย่างไรบ้างลูก"
"สบายดีค่ะ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะคะ" (คุณรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเป็นพ่อและแม่ของฉันเอง ^^)
"ดีจ้ะ" ตอบพร้อมกันเชียวนะ
"เรากลับบ้านกันเถอะ" พ่อเอ่ยปากชวนทันที
ณ คฤหาสถ์หรู
เด็กหนุ่มวัย 18 ปี กำลังนั่งดูทีวีอย่างเบื่อหน่าย
"คุณหนูคะ รับเครื่องดื่มเพิ่มไหมคะ" เสียงแหบห้าวจากคนรับใช้เก่าแก่ที่ทำงานรับใช้ที่นี่มานับสิบปี
"ไม่ล่ะ ขอบใจ เอ้อบอกคนขับรถด้วย อีก 10 นาที ฉันจะไปดูโรงพยาบาลหน่อย" เสียงแผ่วเบาที่เล็ดลอดจากปากเรียวบางสวยของเด็กหนุ่ม
"สวัสดีค่ะคุณหนู" ป้าชื่น หัวหน้าแม่บ้านกล่าวทักทายฉัน
"สวัสดีค่ะป้าชื่น" ฉันพูด ขณะที่สายตาฉันกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
"เอ่อ... ป้าคะ แล้ววันนี้น้องพัฟไม่มาเหรอคะ" น้องพัฟคือลูกพี่ลูกน้องของพรีม เพื่อนสนิทฉัน ปกติแล้วฉันกลับมาบ้านทีไร น้องเค้าก็จะมากอดฉันทุกครั้ง ยกเว้นวันนี้...
"อ๋อ น้องพัฟไม่สบายค่ะ นอนอยู่ที่โรงพยาบาล"
"น้องเป็นไรหรอคะ" ฉันรีบถามอย่างกังวลและเป็นห่วงมาก
"ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ คุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ"
"งั้นเอารถฉันมาให้หน่อย ฉันจะไปเยี่ยมน้องพัฟหน่อย"
"ค่ะ" ฉันไม่ฟังคำตอบ รีบขึ้นห้องเปลี่ยนชุดทันที
ตึก..ตึก นี่ฉันจะวิ่งทำไมเนี่ย !
ก๊อกๆ เฮ้อ..ถึงซักที
"หวัดดีจ้ะ น้อง.." เอ๊ะ นะ..นี่มันไม่ใช่น้องพัฟนี่นา แถมยังเป็นคนแก่อีกซะด้วย
"ขอโทษค่ะ" อะไรกันนี่ ฉันบ้าไปแล้วหรอเนี่ยยย
ฉันเดินมาที่ห้องถัดมา หวังว่านี่คงถูกนะ ก๊อก ก๊อก มะ..ไม่ทันแล้ว ผิดก็ไม่ทันแล้ว
"อ่า หวัดดีค่ะ" ใช่ ใช่น้องพัฟจริงๆด้วย
"พี่เนม!" เสียงเด็กน้อย ที่นอนทำหน้าดีใจเมื่อได้เจอฉัน หน้าตาแกยังสดใสอยู่เลย ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติเลยนี่นา
"น้องพัฟเป็นไงบ้างคะเนี่ย"
"หนูไม่เป็นไรสักหน่อย แต่คุณแม่ให้มานอนเฉยเลย ฮึ" แน่ะ อวดดีซะด้วย
"ถ้าไม่เป็นไรแล้วทำไมถึงมานอนที่นี่ล่ะคะ ^^ " วันนี้ต้องพูดดีๆหน่อย เดี๋ยวคนไข้งอน
" ^^ "
"อ้าว ฟิน มาได้ไงเนี่ย"ผู้มาใหม่ที่กำลังเปิดประตูเข้ามาถาม
"เหาะมามั้ง" ฉันประชด
"เออ จริงด้วย แกนั่งเครื่องบินมานิ" อุ๊ย ตายแล้ว ฉันลืมนึกไปเลย
"งั้นเราไปกินขนมข้างนอกกันดีกว่า" เออ น่าจะชวนตั้งนานแล้วนะ
"พัฟ พี่ขอเอาพี่ฟิน เอ๊ยเนมไปกินหนมหน่อยนะ" เงียบ~ ต้องเงียบสิ เพราะน้องพัฟเค้าหลับไปตั้งนานแล้ว
"แกเป็นไงบ้างอ่า" พรีมเพื่อนสนิทของฉันถาม
"ก็ดีนี่" ฉันพูดขณะที่ เอาขนมเข้าปากอย่างอร่อย นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้กินขนมในบรรยากาศแบบนี้
"เฮ้ย แย่แล้ว ฉันว่าเรารีบขึ้นไปข้างบนดีกว่า" พรีมบอกฉันด้วยความตกใจ
"ทะ ทำไมหรอ" ฉันมันโง่จริงๆเลย ก็เห็นๆอยู่ว่าเด็กกำลังตีกัน ฝ่ายหนึ่งสงสัยจะมีปืนมาด้วยเห็นมันเอามือเข้าไปในเสื้อ ฝ่ายตรงข้ามซึ่งถือเหล็กแท่งอยู่ นี่ถ้าตีเบาๆก็คงไม่ตาย ก็เหมือนตายแหล่ะนะ
"นี่ ไปกันเถอะ เดี๋ยวโดนลูกหลง" ยัยพรีมคว้าแขนฉันแล้วรีบวิ่งทันที
แหมะ ~ ทำไมโรงพยาบาลนี่มันไกลจัง เมื่อไรจะถึงเนี่ย สงสัยจะเริ่มตีกันแล้ว
ตุ้บ ตับ เคล้ง โอ๊ย ปัง ปัง อ๊าาาาา อึ๋ย น่ากลัว
"เร็วๆเข้า เดี๋ยวก็โดนจนได้หรอก" พรีมเตือนสติฉัน ขณะที่ฉันกำลังจะหันกลับไปวิ่งต่อ
ปัง! เสียงหนึ่งเสียง เหมือจะปะทะร่างกายของฉัน ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ชา ปวดๆแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าจะไม่มีแรงยืนแล้วด้วย
"ฟิน! ฟิน! ใจแข็งไว้นะ" แข็งใจโว๊ย
"ช่วยด้วย ช่วยด้วยมีคนโดนยิง ฟิน แกเป็นไงบ้าง" สบายดีมั้ง เพื่อนรัก
ตึก ตึก เสียงฝีเท้าประมาณซัก 5-6 คนกำลังวิ่ง กันอย่างพร้อมเพรียง รอบๆตัวฉันมีคนใส่ชุดสีขาวๆอยู่ 2-3 คน เค้าเป็นใครฉันไม่รู้ ภาพที่ฉันเห็นมันมัวๆ เบลอๆ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย หูฉันเหมือนไม่ทำงาน สักพักฉันก็..................
"เนม เนม นี่เนมเป็นอะไร ปลอดภัยหรือยัง" คุณหญิงเพชรรินทร์กึ่งเดินกึ่งวิ่ง พูดเสียงเครือๆทั้งน้ำตา
"โดนยิงน่ะค่ะ ตอนนี้หมอกำลังช่วยอยู่ค่ะ" พรีมอธิบาย
"พวกมันเป็นใคร" ท่านฮันเดย์ถามอย่างโกรธเคือง และจะเอาเรื่องให้ได้
"ใจเย็นๆก่อนนะค่ะ" คุณหมอยังสาวสวย เพิ่งจบมาใหม่เดินออกมาทันเวลาพอดี
"คุณหมอคะ ลูกดิฉัน เป็นอย่างไรบ้างคะ"ผู้เป้นแม่กล่าวถามทันที โดยไม่ห่วงว่าตอนนี้สามีของเธอ ไปยังไหนแล้ว
"คือ ตอนนี้คนไข้เสียเลือดมาก ตอนนี้เลือดที่บริจาคไม่มีเลือดกรุ๊ปโอค่ะ ไม่ทราบว่ามีใครเลือดกรุ๊ปโอมั้ยคะ" ทุกคนแทบอึ้งเพราะไม่มีใครในนี้มีสายเลือดกรุ๊ปโอเลย แม้แต่พ่อแม่ของเธอเองที่เป็นเลือดกรุ๊ปเอทั้งสองท่าน
"มีอะไรกันเหรอครับ" เสียงเด็กหนุ่มที่มาใหม่ถาม ทุกคน แม้แต่ผู้ป่วยสาวๆ ที่รอคิวหมอตรวจนับสิบๆคนหันมามองเขาเหมือนดาราคนดัง
"นี่เทวดาจากชั้นไหนคะเนี่ย หล่ออ่ะ" ไม่ทันไรแม่สาวเสือพรีมออกลายเสียแล้ว ตอบไม่ตรงคำถามนะ
"เอ่อ พอดีว่าลูกของดิฉันเสียเลือดเยอะน่ะค่ะ แต่ไม่มีใครเลือดกรุ๊ปเดียวกันเลยเลย" คุณหญิงอธิบายอย่างเศร้าๆ
"หมอครับ ผมขอบริจาคเลือดให้เค้าครับ" ยังไม่ทันขอเลย
"มันจะดีเหรอคะ คุณพีค เราต้องการเลือดกรุ๊ปโอค่ะ"
"ผมเลือดกรุ๊ปโอ"
"เอ่อ คือว่า...."
"ถ้าไม่ให้ผมบริจาค ผมจะทำเรื่องไล่คุณออก" เอ๊ะเค้าเป้นใคร ใหญ่มาจากไหน ทำไมเค้าถึงมีอำนาจเยอะขนาดนั้น
"งั้น เชิญค่ะ" รีบเชิญทันทีเลยนะคะคุณหมอ (คนเขียนมีแซว)
ทุกคนต่างตะลึงกับประโยคสุดท้ายที่เขาพูด 'ถ้าไม่ให้ผมบริจาค ผมจะทำเรื่องไล่คุณออก'
"สวัสดีค่ะคุณหนู" ป้าชื่น หัวหน้าแม่บ้านกล่าวทักทายฉัน
"สวัสดีค่ะป้าชื่น" ฉันพูด ขณะที่สายตาฉันกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
"เอ่อ... ป้าคะ แล้ววันนี้น้องพัฟไม่มาเหรอคะ" น้องพัฟคือลูกพี่ลูกน้องของพรีม เพื่อนสนิทฉัน ปกติแล้วฉันกลับมาบ้านทีไร น้องเค้าก็จะมากอดฉันทุกครั้ง ยกเว้นวันนี้...
"อ๋อ น้องพัฟไม่สบายค่ะ นอนอยู่ที่โรงพยาบาล"
"น้องเป็นไรหรอคะ" ฉันรีบถามอย่างกังวลและเป็นห่วงมาก
"ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ คุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ"
"งั้นเอารถฉันมาให้หน่อย ฉันจะไปเยี่ยมน้องพัฟหน่อย"
"ค่ะ" ฉันไม่ฟังคำตอบ รีบขึ้นห้องเปลี่ยนชุดทันที
ตึก..ตึก นี่ฉันจะวิ่งทำไมเนี่ย !
ก๊อกๆ เฮ้อ..ถึงซักที
"หวัดดีจ้ะ น้อง.." เอ๊ะ นะ..นี่มันไม่ใช่น้องพัฟนี่นา แถมยังเป็นคนแก่อีกซะด้วย
"ขอโทษค่ะ" อะไรกันนี่ ฉันบ้าไปแล้วหรอเนี่ยยย
ฉันเดินมาที่ห้องถัดมา หวังว่านี่คงถูกนะ ก๊อก ก๊อก มะ..ไม่ทันแล้ว ผิดก็ไม่ทันแล้ว
"อ่า หวัดดีค่ะ" ใช่ ใช่น้องพัฟจริงๆด้วย
"พี่เนม!" เสียงเด็กน้อย ที่นอนทำหน้าดีใจเมื่อได้เจอฉัน หน้าตาแกยังสดใสอยู่เลย ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติเลยนี่นา
"น้องพัฟเป็นไงบ้างคะเนี่ย"
"หนูไม่เป็นไรสักหน่อย แต่คุณแม่ให้มานอนเฉยเลย ฮึ" แน่ะ อวดดีซะด้วย
"ถ้าไม่เป็นไรแล้วทำไมถึงมานอนที่นี่ล่ะคะ ^^ " วันนี้ต้องพูดดีๆหน่อย เดี๋ยวคนไข้งอน
" ^^ "
"อ้าว ฟิน มาได้ไงเนี่ย"ผู้มาใหม่ที่กำลังเปิดประตูเข้ามาถาม
"เหาะมามั้ง" ฉันประชด
"เออ จริงด้วย แกนั่งเครื่องบินมานิ" อุ๊ย ตายแล้ว ฉันลืมนึกไปเลย
"งั้นเราไปกินขนมข้างนอกกันดีกว่า" เออ น่าจะชวนตั้งนานแล้วนะ
"พัฟ พี่ขอเอาพี่ฟิน เอ๊ยเนมไปกินหนมหน่อยนะ" เงียบ~ ต้องเงียบสิ เพราะน้องพัฟเค้าหลับไปตั้งนานแล้ว
"แกเป็นไงบ้างอ่า" พรีมเพื่อนสนิทของฉันถาม
"ก็ดีนี่" ฉันพูดขณะที่ เอาขนมเข้าปากอย่างอร่อย นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้กินขนมในบรรยากาศแบบนี้
"เฮ้ย แย่แล้ว ฉันว่าเรารีบขึ้นไปข้างบนดีกว่า" พรีมบอกฉันด้วยความตกใจ
"ทะ ทำไมหรอ" ฉันมันโง่จริงๆเลย ก็เห็นๆอยู่ว่าเด็กกำลังตีกัน ฝ่ายหนึ่งสงสัยจะมีปืนมาด้วยเห็นมันเอามือเข้าไปในเสื้อ ฝ่ายตรงข้ามซึ่งถือเหล็กแท่งอยู่ นี่ถ้าตีเบาๆก็คงไม่ตาย ก็เหมือนตายแหล่ะนะ
"นี่ ไปกันเถอะ เดี๋ยวโดนลูกหลง" ยัยพรีมคว้าแขนฉันแล้วรีบวิ่งทันที
แหมะ ~ ทำไมโรงพยาบาลนี่มันไกลจัง เมื่อไรจะถึงเนี่ย สงสัยจะเริ่มตีกันแล้ว
ตุ้บ ตับ เคล้ง โอ๊ย ปัง ปัง อ๊าาาาา อึ๋ย น่ากลัว
"เร็วๆเข้า เดี๋ยวก็โดนจนได้หรอก" พรีมเตือนสติฉัน ขณะที่ฉันกำลังจะหันกลับไปวิ่งต่อ
ปัง! เสียงหนึ่งเสียง เหมือจะปะทะร่างกายของฉัน ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ชา ปวดๆแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าจะไม่มีแรงยืนแล้วด้วย
"ฟิน! ฟิน! ใจแข็งไว้นะ" แข็งใจโว๊ย
"ช่วยด้วย ช่วยด้วยมีคนโดนยิง ฟิน แกเป็นไงบ้าง" สบายดีมั้ง เพื่อนรัก
ตึก ตึก เสียงฝีเท้าประมาณซัก 5-6 คนกำลังวิ่ง กันอย่างพร้อมเพรียง รอบๆตัวฉันมีคนใส่ชุดสีขาวๆอยู่ 2-3 คน เค้าเป็นใครฉันไม่รู้ ภาพที่ฉันเห็นมันมัวๆ เบลอๆ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย หูฉันเหมือนไม่ทำงาน สักพักฉันก็..................
"เนม เนม นี่เนมเป็นอะไร ปลอดภัยหรือยัง" คุณหญิงเพชรรินทร์กึ่งเดินกึ่งวิ่ง พูดเสียงเครือๆทั้งน้ำตา
"โดนยิงน่ะค่ะ ตอนนี้หมอกำลังช่วยอยู่ค่ะ" พรีมอธิบาย
"พวกมันเป็นใคร" ท่านฮันเดย์ถามอย่างโกรธเคือง และจะเอาเรื่องให้ได้
"ใจเย็นๆก่อนนะค่ะ" คุณหมอยังสาวสวย เพิ่งจบมาใหม่เดินออกมาทันเวลาพอดี
"คุณหมอคะ ลูกดิฉัน เป็นอย่างไรบ้างคะ"ผู้เป้นแม่กล่าวถามทันที โดยไม่ห่วงว่าตอนนี้สามีของเธอ ไปยังไหนแล้ว
"คือ ตอนนี้คนไข้เสียเลือดมาก ตอนนี้เลือดที่บริจาคไม่มีเลือดกรุ๊ปโอค่ะ ไม่ทราบว่ามีใครเลือดกรุ๊ปโอมั้ยคะ" ทุกคนแทบอึ้งเพราะไม่มีใครในนี้มีสายเลือดกรุ๊ปโอเลย แม้แต่พ่อแม่ของเธอเองที่เป็นเลือดกรุ๊ปเอทั้งสองท่าน
"มีอะไรกันเหรอครับ" เสียงเด็กหนุ่มที่มาใหม่ถาม ทุกคน แม้แต่ผู้ป่วยสาวๆ ที่รอคิวหมอตรวจนับสิบๆคนหันมามองเขาเหมือนดาราคนดัง
"นี่เทวดาจากชั้นไหนคะเนี่ย หล่ออ่ะ" ไม่ทันไรแม่สาวเสือพรีมออกลายเสียแล้ว ตอบไม่ตรงคำถามนะ
"เอ่อ พอดีว่าลูกของดิฉันเสียเลือดเยอะน่ะค่ะ แต่ไม่มีใครเลือดกรุ๊ปเดียวกันเลยเลย" คุณหญิงอธิบายอย่างเศร้าๆ
"หมอครับ ผมขอบริจาคเลือดให้เค้าครับ" ยังไม่ทันขอเลย
"มันจะดีเหรอคะ คุณพีค เราต้องการเลือดกรุ๊ปโอค่ะ"
"ผมเลือดกรุ๊ปโอ"
"เอ่อ คือว่า...."
"ถ้าไม่ให้ผมบริจาค ผมจะทำเรื่องไล่คุณออก" เอ๊ะเค้าเป้นใคร ใหญ่มาจากไหน ทำไมเค้าถึงมีอำนาจเยอะขนาดนั้น
"งั้น เชิญค่ะ" รีบเชิญทันทีเลยนะคะคุณหมอ (คนเขียนมีแซว)
ทุกคนต่างตะลึงกับประโยคสุดท้ายที่เขาพูด 'ถ้าไม่ให้ผมบริจาค ผมจะทำเรื่องไล่คุณออก'
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น